บทนำ
การเลือกหนังสือที่เหมาะกับตัวเองไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าหนังสือเล่มนั้นได้รับความนิยมหรือมีรีวิวดีเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาทั้งความสนใจ อารมณ์ในช่วงเวลานั้น ระดับความยาก ความยาวของหนังสือ Genre และเป้าหมายที่ต้องการจากการอ่าน
เมื่อมีหนังสือให้เลือกจำนวนมาก การมีวิธีคัดเลือกอย่างเป็นระบบจะช่วยลดเวลาที่ใช้ในการตัดสินใจ และเพิ่มโอกาสที่จะพบหนังสือที่อ่านแล้วรู้สึกสนุกหรือได้รับประโยชน์จริง
เริ่มจากความสนใจและเป้าหมาย
ขั้นแรกควรถามตัวเองว่าต้องการอ่านเพื่ออะไร หากต้องการความบันเทิง อาจเลือก Fiction ที่ตรงกับ Genre ที่ชอบ เช่น Romance, Mystery หรือ Fantasy
หากต้องการเรียนรู้ อาจเลือก Nonfiction ที่เกี่ยวข้องกับงาน การเรียน หรือหัวข้อที่กำลังสนใจ การกำหนดเป้าหมายก่อนเลือกจึงช่วยจำกัดตัวเลือกและทำให้ค้นหาหนังสือได้ง่ายขึ้น
เลือกตามอารมณ์
Mood ก็มีผลต่อการเลือกหนังสือ เพราะหนังสือที่เหมาะกับช่วงเวลาหนึ่งอาจไม่เหมาะกับอีกช่วงหนึ่ง
ในวันที่ต้องการอ่านเพื่อผ่อนคลาย หนังสือที่อ่านง่ายและมีเนื้อหาไม่หนักอาจเหมาะกว่า ขณะที่ช่วงที่ต้องการความท้าทายอาจเลือกหนังสือที่มีเนื้อหาซับซ้อนหรือมีประเด็นให้คิดมากขึ้น
การเลือกหนังสือให้เข้ากับอารมณ์ช่วยให้การอ่านเป็นกิจกรรมที่สนุกและไม่รู้สึกเหมือนเป็นภาระ
พิจารณา Genre
Genre เป็นวิธีพื้นฐานที่ช่วยจำกัดตัวเลือกได้อย่างรวดเร็ว เช่น Mystery สำหรับผู้ที่ชอบปริศนา Fantasy สำหรับผู้ที่ชอบโลกสมมติ หรือ Biography สำหรับผู้ที่สนใจเรื่องราวของบุคคลจริง
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตัดสินหนังสือจาก Genre เพียงอย่างเดียว เพราะหนังสือในประเภทเดียวกันอาจมีโทน ภาษา และรูปแบบการเล่าเรื่องแตกต่างกันมาก
การดูคำโปรย ตัวอย่างเนื้อหา และรีวิวเพิ่มเติมจึงช่วยให้เข้าใจลักษณะของหนังสือได้แม่นยำขึ้น
ระดับความยากและความยาว
ระดับความยากเป็นอีกปัจจัยที่ควรพิจารณา โดยเฉพาะเมื่อเลือกหนังสือที่มีเนื้อหาเฉพาะทางหรือใช้ภาษาซับซ้อน
หากมีเวลาอ่านจำกัด หนังสือที่มีจำนวนหน้าไม่มากอาจเหมาะกว่า ในทางกลับกัน หากต้องการอ่านเรื่องราวยาว ๆ หรือศึกษาหัวข้ออย่างละเอียด หนังสือเล่มใหญ่ก็สามารถตอบโจทย์ได้
การเลือกความยาวให้เหมาะกับเวลาที่มีช่วยลดโอกาสที่หนังสือจะถูกวางทิ้งไว้กลางทาง
ใช้ Recommendations อย่างเหมาะสม
คำแนะนำจากเพื่อน นักอ่าน นักวิจารณ์ หรือ Online Book Communities สามารถช่วยค้นพบหนังสือใหม่ได้ แต่ไม่ควรเลือกเพียงเพราะคนอื่นชอบ
ควรดูว่าคนที่แนะนำมีรสนิยมใกล้เคียงกับเราหรือไม่ และเหตุผลที่เขาชอบหนังสือเล่มนั้นตรงกับสิ่งที่เรากำลังมองหาหรือเปล่า
รีวิวจำนวนมากอาจช่วยให้เห็นภาพรวม แต่การอ่านทั้งความคิดเห็นเชิงบวกและเชิงลบสามารถช่วยให้เข้าใจข้อดีและข้อจำกัดของหนังสือได้รอบด้านมากขึ้น
อ่านตัวอย่างก่อนตัดสินใจ
การอ่าน Sample หรือบทแรกเป็นวิธีที่ช่วยประเมินหนังสือได้ดี โดยเฉพาะ Fiction ที่สไตล์การเขียนมีผลต่อประสบการณ์ในการอ่านอย่างมาก
ควรสังเกตว่าภาษาที่ใช้เข้าใจง่ายหรือไม่ จังหวะการเล่าเรื่องเหมาะกับตัวเองหรือเปล่า และเนื้อหาตรงกับสิ่งที่คาดหวังหรือไม่
สำหรับ Nonfiction อาจดูสารบัญและตัวอย่างบางบทเพื่อประเมินว่าหนังสือครอบคลุมหัวข้อที่ต้องการหรือไม่
อย่ากลัวที่จะเลิกอ่าน
การเลือกหนังสือไม่ได้หมายความว่าจะต้องอ่านจนจบทุกเล่ม หากอ่านไปแล้วพบว่าเนื้อหาไม่ตรงกับความสนใจหรือรูปแบบไม่เหมาะกับตัวเอง การหยุดอ่านและเลือกเล่มใหม่ก็เป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล
เวลาที่ใช้ในการอ่านมีคุณค่า การเปลี่ยนไปอ่านหนังสือที่เหมาะกับตัวเองมากกว่าสามารถทำให้เกิดประสบการณ์ที่ดีกว่า และช่วยให้สามารถสร้างนิสัยการอ่านได้ต่อเนื่อง
สรุป
การเลือกหนังสือที่ดีควรเริ่มจากการพิจารณา ความสนใจ เป้าหมาย Mood และ Genre จากนั้นจึงดูระดับความยาก ความยาว คำแนะนำจากผู้อื่น และตัวอย่างเนื้อหาเพื่อช่วยตัดสินใจ
ไม่มีวิธีเลือกหนังสือที่เหมาะกับทุกคน เพราะผู้อ่านแต่ละคนมีรสนิยม เวลา และเป้าหมายแตกต่างกัน หนังสือที่ได้รับความนิยมอาจไม่ใช่หนังสือที่เหมาะกับเราที่สุด
ท้ายที่สุด หนังสือที่ดีที่สุดสำหรับการอ่านในช่วงเวลาหนึ่ง คือหนังสือที่สอดคล้องกับสิ่งที่เราต้องการจากการอ่านและทำให้เราอยากเปิดอ่านต่อ เมื่อเลือกโดยคำนึงถึงตัวเองมากกว่ากระแสเพียงอย่างเดียว การค้นหาหนังสือเล่มต่อไปก็จะง่ายและสนุกมากขึ้น