วิธีสร้างนิสัยการอ่านให้ทำได้อย่างสม่ำเสมอ

Write On, Right On >> Books >> วิธีสร้างนิสัยการอ่านให้ทำได้อย่างสม่ำเสมอ
How to Build a Reading Habit

บทนำ

การสร้าง Reading Habit ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการตั้งเป้าหมายว่าจะต้องอ่านหนังสือจำนวนมาก แต่ควรเริ่มจากการทำให้การอ่านเป็นกิจกรรมที่สามารถทำได้อย่างสม่ำเสมอในชีวิตประจำวัน

หัวใจสำคัญคือการเลือก Routine ที่เหมาะกับตัวเอง ลดสิ่งที่ทำให้เริ่มอ่านได้ยาก เลือกหนังสือที่อยากอ่าน และเชื่อมโยงการอ่านเข้ากับกิจวัตรที่ทำอยู่แล้ว เมื่อทำต่อเนื่อง การอ่านจะค่อย ๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

กำหนดเป้าหมายที่ทำได้จริง

การตั้งเป้าหมายที่สูงเกินไปตั้งแต่แรกอาจทำให้รู้สึกกดดันและเลิกทำได้ง่ายกว่าเดิม

แทนที่จะตั้งเป้าว่าต้องอ่านวันละหลายบท อาจเริ่มจากการอ่านเพียงไม่กี่หน้า หรือกำหนดเวลาอ่านสั้น ๆ ต่อวัน เป้าหมายในช่วงแรกควรเน้น ความสม่ำเสมอมากกว่าปริมาณ

เมื่อการอ่านกลายเป็นกิจวัตรแล้วจึงค่อยเพิ่มเวลา จำนวนหน้า หรือจำนวนหนังสือตามความเหมาะสม

สร้าง Reading Routine

การกำหนดช่วงเวลาสำหรับอ่านช่วยให้ไม่ต้องตัดสินใจใหม่ทุกวันว่าจะอ่านเมื่อใด

บางคนอาจอ่านในตอนเช้า ก่อนนอน ระหว่างพัก หรือช่วงเวลาที่ไม่มีภารกิจอื่น การเลือกเวลาที่มีโอกาสทำได้จริงเป็นประจำจะช่วยให้ Reading Routine อยู่ได้นานกว่าเวลาที่ดูเหมาะสมแต่ทำได้ยาก

ไม่จำเป็นต้องกำหนดเวลาตายตัวอย่างเคร่งครัด หากตารางชีวิตเปลี่ยนแปลงบ่อย การมีช่วงเวลาทางเลือกก็สามารถช่วยรักษาความต่อเนื่องได้

ลด Friction ในการเริ่มอ่าน

Friction คือสิ่งเล็ก ๆ ที่ทำให้การเริ่มอ่านยุ่งยาก เช่น ต้องค้นหาหนังสือ ต้องจัดพื้นที่ หรือไม่รู้ว่าจะอ่านตรงไหน

การเตรียมหนังสือไว้ใกล้ตัว วาง Ebook ไว้ในอุปกรณ์ที่ใช้งานเป็นประจำ หรือเตรียมพื้นที่อ่านให้พร้อม สามารถลดขั้นตอนก่อนเริ่มอ่านได้

ยิ่งเริ่มอ่านได้ง่ายเท่าไร โอกาสที่จะทำตาม Routine ก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

เลือกหนังสือที่เหมาะกับตัวเอง

หนังสือที่ดีสำหรับการสร้าง Reading Habit ไม่จำเป็นต้องเป็นหนังสือที่มีชื่อเสียงหรือมีเนื้อหายาก แต่ควรเป็นหนังสือที่ทำให้เราอยากเปิดอ่านต่อ

หากกำลังเริ่มสร้างนิสัย อาจเลือกหนังสือที่ตรงกับความสนใจ ภาษาอ่านง่าย และมีความยาวเหมาะสมก่อน เมื่อเริ่มคุ้นเคยกับการอ่านแล้วจึงค่อยทดลอง Genre หรือหนังสือที่มีเนื้อหาซับซ้อนขึ้น

การอ่านหลายเล่มสลับกันก็เป็นทางเลือกที่ดี หากช่วยให้สามารถเลือกหนังสือให้เหมาะกับอารมณ์และเวลาที่มีในแต่ละวัน

เชื่อมการอ่านกับกิจวัตรเดิม

วิธีหนึ่งที่ช่วยสร้างนิสัยใหม่คือการเชื่อมการอ่านเข้ากับกิจกรรมที่ทำเป็นประจำอยู่แล้ว

ตัวอย่างเช่น อ่านหลังรับประทานอาหาร อ่านก่อนนอน หรืออ่านระหว่างช่วงพัก เมื่อกิจกรรมหนึ่งเกิดขึ้นซ้ำ ๆ การอ่านสามารถกลายเป็นขั้นตอนต่อเนื่องโดยไม่ต้องอาศัยแรงจูงใจมากเหมือนช่วงแรก

วิธีนี้ทำให้การอ่านกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันแทนที่จะเป็นกิจกรรมที่ต้องหาเวลาพิเศษขึ้นมาโดยเฉพาะ

ติดตามความสม่ำเสมอ

การบันทึกวันที่อ่าน จำนวนหน้า หรือหนังสือที่อ่านจบสามารถช่วยให้เห็นความก้าวหน้าได้

อย่างไรก็ตาม การติดตามควรใช้เพื่อสร้างแรงจูงใจ ไม่ควรทำให้รู้สึกว่าการอ่านต้องกลายเป็นการแข่งขันกับตัวเลข หากวันใดไม่ได้อ่านก็สามารถกลับมาเริ่มใหม่ได้โดยไม่จำเป็นต้องรู้สึกล้มเหลว

สิ่งสำคัญคือการรักษาแนวโน้มของการอ่านในระยะยาว

สรุป

การสร้าง Reading Habit ที่ยั่งยืนควรเริ่มจาก เป้าหมายที่ทำได้จริง Routine ที่เหมาะกับชีวิต การลด Friction และการเลือกหนังสือที่อยากอ่าน

การเชื่อมการอ่านเข้ากับกิจวัตรเดิมสามารถช่วยให้การอ่านเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น ขณะที่การติดตามความก้าวหน้าช่วยให้เห็นความสม่ำเสมอและสร้างแรงจูงใจ

ท้ายที่สุด การอ่านไม่จำเป็นต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงหรืออ่านหนังสือจำนวนมากในแต่ละเดือน เพียงทำให้การอ่านเป็นกิจกรรมเล็ก ๆ ที่สามารถทำซ้ำได้อย่างต่อเนื่อง ก็สามารถพัฒนาเป็น Reading Habit ที่อยู่กับเราได้ในระยะยาว

Related Post

คู่มือหนังสือสารคดีและหนังสือความรู้สำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้

บทนำ Nonfiction and Knowledge Books ครอบคลุมหนังสือที่นำเสนอข้อมูล ความรู้ ประสบการณ์ และแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับโลกจริง ตั้งแต่ Biography และ Memoir ไปจนถึง History,…

การจัดพิมพ์หนังสือสำหรับตลาดต่างประเทศ

บทนำ International Book Publishing คือกระบวนการนำหนังสือไปเผยแพร่และจัดจำหน่ายในประเทศหรือภูมิภาคอื่นนอกเหนือจากตลาดต้นทาง โดยต้องพิจารณาทั้งภาษา วัฒนธรรม กฎหมาย สิทธิในผลงาน การผลิต และช่องทางการจัดจำหน่าย การนำหนังสือไปสู่ตลาดต่างประเทศไม่ได้หมายถึงการแปลภาษาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาว่าเนื้อหา รูปแบบ และวิธีการนำเสนอเหมาะสมกับผู้อ่านในประเทศนั้นหรือไม่…

คู่มือการตีพิมพ์หนังสือผ่านสำนักพิมพ์แบบดั้งเดิม

บทนำ Traditional Publishing คือรูปแบบการจัดพิมพ์หนังสือที่ผู้เขียนนำผลงานหรือข้อเสนอหนังสือเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสำนักพิมพ์ เมื่อได้รับการตอบรับ สำนักพิมพ์จะเข้ามาดูแลกระบวนการสำคัญต่าง ๆ เช่น การพัฒนาต้นฉบับ การแก้ไข การออกแบบ การผลิต การจัดจำหน่าย และการวางตลาดตามขอบเขตของสัญญา กระบวนการนี้แตกต่างจาก…